*~--I'm Going Crazy [Part 3]--~*
posted on 25 Aug 2010 17:36 by pomu69 แดซองค่อยๆก้าวช้าๆไปตามทางเดิน อาจเพราะความหนักของกอริลล่าที่เค้าแบกมาด้วย ทำให้เดินไม่ค่อยถนัดไปบ้าง
........ขาก้าวโซเซพาไหล่หนาของอีกคนกระแทกกำแพงหลายที คนตาตี่คิดในใจ
........ถ้าตื่นมาท็อปฮยองแขนเขียวนี่จะโดนสำเร็จโทษมั้ยว้า...ฮือ.....แด๊ไม่ได้ตั้งใจน้า
กว่าจะพาตัวเองและคนในอ้อมแขนเข้ามาถึงห้องได้ก็ลำบากพอดู
......เค้าเปิดประตูห้องซึงฮยอนเข้าไปและวางพี่ชายลงกับเตียง ถอดรองเท้าและห่มผ้าให้เรียบร้อย.......
และหันไปหยิบกุญแจรถบนหัวเตียงเบาๆ
“ขอยืมหน่อยนะฮะ ฮยอง...เดี๋ยวเอามาคืน”แดซองเปรยเบาๆเหมือนบอกตัวเองมากกว่าบอกคนตรงหน้า
........ก่อนจะย่องออกไปห้องของยองเบไปหยิบอะไรบางอย่างแบบเงียบๆ
เค้าค้นๆอะไรอยู่ซักพักก็เจออุปกรณ์ที่ยองเบสั่งให้มาหยิบ ก่อนจะสาวเท้าลงไปตรงที่จอดรถที่เดิมที่พาท็อปขึ้นมา........
ยองเบเดินประคองเพื่อนตัวบางขึ้นมาถึงหน้าห้องโดยสวนกับแดซอง เค้าขยิบตาให้น้องหนึ่งทีเป็นอันรู้กัน....ก่อนจะเอาเพื่อนเข้าไปเก็บในห้องและเดินตามตี่น้องลงไปอีกคน
นิ้วเรียวต่อสายไปยังเบอร์ของพี่คนสนิท ก่อนจะเดินคุยไปตามทางจนถึงลานจอดรถ.....
.................
เสียงนกร้องอย่างสดใสในยามเช้าบวกกับแสงแดดที่ส่องผ่านม่านสีขาวข้างเตียงรวมพลังกันยกเปลือกตาของร่างบางบนเตียงขึ้นอย่างอ้อยอิ่ง....
จียงกระพริบตาสองสามครั้งไล่ความง่วงที่เกาะกุมตาทั้งสองออกไป....
เมื่อคืน....กลับมายังงัยวะ ? เรา
อ้อ ..... ยองเบ .....คงแบกมาสินะ ....
ไวกว่าความคิด.....
พูดถึงเบ้.....
..................
...........................
...................เบ้ก็มา!!
เพื่อนสนิทตัวล่ำเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างแรง มองจียงด้วยสายตาตื่นๆ
......ถ้าจียงมองไม่ผิด เค้าเห็นยองเบ ”พยายาม” เบิ่งตาตี่ๆอยู่รึเปล่า ? เกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้เพื่อนเบ้ พยายามทำตาโตขนาดนั้น !
..........คนหน้าประตูทำหน้าเครียด ถอนหายใจออกมาแรงๆหนึ่งครั้ง จ้องมองหน้าจียงนิ่ง....
“ไอ้จี...เท็ดดี้ฮยองโทรมา....บอกว่าเมื่อคืนท็อปฮยองกลิ้งตกบันไดหัวกระแทก ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลยว่ะ”
ตาเรียวเลิกขึ้นอย่างตกใจ ในอกข้างซ้ายมันวูบไหว เหมือนอะไรมันถล่มลงมาอย่างแรง ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากคนบนเตียง ริมฝีปากสีสดเม้มแน่นเข้าหากัน มือเล็กกำแน่น ........
.......ไม่นะ.....
...........นายห้ามเป็นอะไรนะ......เทมป์ .......
“ไปบ้านเท็ดดี้ฮยองกัน !!”
...ยองเบเดินเข้ามาหา...ดึงข้อมือเพื่อนเดินออกไปที่รถอย่างเร่งรีบ ก่อนจะรีบวิ่งนำไปที่รถ และเอื้อมไปที่เบาะหลัง..........
เปิดสวิตซ์อะไรบางอย่าง……..
........ก่อนที่เพื่อนตัวเล็กเปิดประตูขึ้นมานั่งและสังเกตุเห็น
รถหรูออกตัวไปอย่างรวดเร็ว....เลี้ยวขวาตรงหัวมุมตึกYG.....
..................................
เวลาผ่านไปไม่นานนัก แดซองที่รอแสตนด์บายอยู่ที่ห้องตัวเองได้ยินเสียงปึงปังออกไปก็แง้มประตูออกมาดู........
...........
.........ได้เวลาแล้วสินะ.....
.................
..........................
.................
แสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านสีทึบเข้ามาในห้องเหมือนเช่นทุกวัน ซึงฮยอนขยับกายช้าๆ รู้สึกปวดที่แขนซ้ายไล่ขึ้นมาถึงไหล่
.........พอถอดแจ๊คเก็ตออกก็เห็นรอยเขียวเป็นจ้ำๆ
..........คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน
‘เมื่อคืนกูไปฟัดกะหมาที่ไหนมาวะ?’
....จำไม่ได้เลยแฮะ ปวดหัวชะมัด...
ยังไม่ทันที่จะได้ไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน …..
……. ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออก.....แดซองยืนอยู่หน้าประตู
ชั่วขณะนั้น ซึงฮยอนคิดไปเองรึเปล่านะ .... ว่าเค้าเห็นน้องชายตาตี่”พยายาม”ทำตาโตสุดชีวิต....
“เอ่อ.....เมื่อกี๊ลีดเดอร์ท่าทางไม่สบายมากเลยฮะ....ผมเห็นยองเบฮยองพาไปโรงพยาบาลเมื่อกี๊นี้เอง” แดซองทำท่าร้อนรนโดยการเอามือขยุ้มหัวตัวเอง ทำตาโตใส่พี่ชายสุดฤทธิ์
.......มัน.................
............ดูปัญญาอ่อน............มากกว่าเครียด ....
.....................ใครเห็นก็คงจะรู้.......
แต่........
..........ไม่ใช่กับ ชเว ซึงฮยอน
................
และ ................
.................
............ไม่ใช่กับข่าวจียงแบบนี้..........
เหมือนมีอะไรจับคิ้วหนาทั้งสองข้างมาผูกเข้าหากัน สายตาคมปลาบจ้องไปที่น้องชายที่ยืนอยู่ตรงประตู ทำเอาแดซองแอบผวาหลุดเก๊ก กลับมาตาตี่เหมือนเดิม ....
..............นายเป็นอะไร..............จียง ......
...........ทำใมคนที่ได้ดูแลนาย....มันไม่ใช่ชั้น......
...........ทำใมคนที่อยู่ข้างนาย....ไม่เป็นชั้น.........
ร่างสูงขบฟันแน่น มือขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับย่น .......
……….
“นาย.......ไปกับพี่”
Top หยิบกุญแจรถบนหัวเตียง ก้าวขายาวๆไม่กี่ครั้งก็ถึงตัวอีกคน ก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่ลานจอดรถอย่างเร่งรีบ
แดซองรีบวิ่งนำหน้าไปที่รถ พอซึงฮยอนกดรีโมทเปิด ก็รีบแทรกตัวเข้าไปในรถ.......
.....แอบเอี้ยวตัวไปเปิดสวิตซ์อะไรบางอย่าง......แล้วหันกลับมานั่งทำตัวเรียบร้อยอยู่ข้างคนขับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น......
Top เดินมาเปิดประตูแล้วแทรกกายเข้ามานั่งโดยไม่ได้ถามอะไร....
รถคันหรูทะยานตัวออกไปสู่ถนนใหญ่....เลี้ยวซ้ายออกไปหน้าตึกYG ...
----------
------------------
-----------
“นายขับเร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอ ยองเบ” ประโยคเร่งเร้าถูกส่งมาจากปากร่างบางที่นั่งเงียบข้างคนขับมาตลอดทาง
“โหยย มันก็เร็วแล้วนะเนี่ย....”ยองเบตอบเสียงสูง...ลอบหันไปมองหน้าคนข้างๆที่ดูร้อนรนออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด
......ไอ้ขับเร็วกว่านี้อะ จิ๊บจ๊อยยย
..........แต่
เบ้ไม่ทำครับ 555+
ทำใมน่ะเหรอ ถ้าขับเร็วก็ไม่ได้เห็นคนบางคนกระวนกระวายแบบนี้อะดิ......
จียงเอ๊ยยยยยย....ชั้นจะแก้นิสัยปากแข็งจากดาวแม่นั่นให้ได้เลย คอยดู หึหึหึ ...รอยยิ้มที่เคยอ่อนโยนใสซื่อเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ปรากฏอยู่ที่มุมปากนายสุริยัน แต่คนข้างๆไม่ได้สังเกตุเห็นเลยแม้เต่น้อย
..................
............................
“...............มึงว่าพี่เค้าจะเป็นอะไรมากมั้ยวะ.........” คนข้างๆพูดออกมาเบาๆคล้ายคนไม่มั่นใจในตัวเอง มือเรียวทั้งสองข้างถูกันไปมาเหมือนไม่รู้จะเอาไปไว้ตรงไหนดี .....
“ไม่รู้ดิ ..... แต่ถ้าน่าห่วงขนาดนั้น เท็ดดี้ฮยองคงพาส่งโรง’บาลแล้ว” ....ยองเบตอบให้คนข้างๆใจชื้นขึ้นมาหน่อย อยากจะแกล้งมากกว่านี้อะนะ แต่เห็นท่าทางซึมๆแบบนี้ก็อดสงสารไม่ได้
“.......................................” เงียบบไปอีกครั้ง ......
“ไอ้จี........คนเราอะนะ.......บางทีชีวิตมันก็ไม่ได้ยืนยาวไปถึงโลกนี้โลกหน้าหรอกนะ......บางอย่างที่สมควรจะพูดไป...........มันก้อต้องพูด......ถ้าอะไรมันสายเกินไป.....มึงอาจจะไม่เหลือโอกาสอีกแล้วก็ได้”
เอาสัจธรรมเข้าลูบ.....ดูเหมือนจะได้ผล มันชะงักไปนิดนึง .....
แต่...
..............
“บอกอะไร......กูก็แค่ห่วงในฐานะลีดเดอร์ก็เท่านั้น ........ เมิงบ้าไปแล้วยองเบ....พูดไรไม่รู้เรื่อง...โวะ”
..........
.....มันยังดื้อครับ ......
“แล้วไอ้หมาจมูกบานที่ไหนมันน้อยใจชะนีแล้วซบกูแอบร้องไห้ในผับวันนั้นวะ ....”
อย่าครับ......อย่าให้เบ้ต้องมีหลักฐานมายืนยัน หึหึหึ
ดูเหมือนจะได้ผล หน้าขาวๆของไอ้จีขึ้นสีแดงแปร๊ดอย่างรวดเร็ว แถมด้วยรีแอคชั่นดาวแม่ที่ผมไม่แปลกใจ
“บะ...บ้าเหรอ กูเมาตะหาก เลยหลับน้ำลายยืดใส่เสื้อเมิงอ้ะ ....น้ำตงน้ำตาที่ไหน ไม่มี .... เชี่ยนี่...ใส่ร้ายกู”
มันไม่พูดเปล่า มือทุบเข้าที่ไหล่ผมดังบั้ก!
อ่าวๆ มีทำร้ายร่างกายกูด้วย ฮือ ~ TT^TT
“มึงแน่ใจเหรอ......คิดให้ดีนะเว้ย....มึงก็รู้คนๆนั้นมีผู้หญิงมาสนใจไม่เว้นแต่ละวัน แค่กระดิกนิ้วก็มาหากันเพียบแล้ว...ถึงมึงจะแอบมั่นใจก็เถอะ แต่ทำตัวไม่ยอมรับความจริงแบบนี้มากๆเข้า....ซักวันเหอะ ......อาจจะมีใครมาทำให้หวั่นไหว....แล้วหัวใจของมึงจะไปอยู่ในกำมือคนอื่นเข้าซักวัน.....”
มือที่เคยตีผมอั้กๆ ลดลงเหมือนไร้เรี่ยวแรง หน้าเล็กๆก้มลงมองคอนโซลรถนิ่ง แว่บนึงผมเห็นตาจียงรื้นไปด้วยน้ำใสๆที่เอ่อออกมา
ใจผมแอบกระตุกวูบด้วยความรู้สึกผิด ก็รู้อยู่แก่ใจว่าน้อยครั้งที่เพื่อนตรงหน้าจะยอมให้ใครเห็นน้ำตา .....
..........นี่ผมพูดแรงไปรึเปล่านะ?
...แต่ถ้าปล่อยให้มันตั้งแง่กันอย่างนี้เมื่อไหร่จะมีความสุขกันล่ะ !
..........ใจแข็งเข้าไว้ ทงยองเบ ..........ท่องประโยคประกาศิตที่เท็ดดี้ฮยองบอกมาสามครั้งในใจ.......
‘อย่าแพ้รอยยิ้มและน้ำตาไอ้จี....ใจแข็งไว้ ทงยองเบ’สามรอบ
.............
.....................
“ยองเบ....กู.....ก็ไม่รู้เหมือนกัน...กู...ไม่เคยรู้สึกแบบนี้....กับใครซักคน....มันไม่เหมือนกับ...ความรู้สึกที่มีให้เวลากูคบกับคนอื่น...บางที กูอาจสับสนไปเองก็ได้....มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้.....”
มือเรียวของมันถูไปถูมาอย่างเคยเหมือนทุกทีเวลาลังเลใจ ผมถอนหายใจออกมาแรงๆ ยังอุตส่าโกหกตัวเองอีกนะ .....
“งั้นก็ตามใจมึงเถอะ....หัวใจเมิง....เมิงต้องรับผิดชอบเอง”
ปากก็พูดไปนั่นแหละครับ ว่าจะไม่สนใจมัน แต่มือข้างซ้ายของผมค่อยๆล้วงไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ด กดเบอร์ที่คุ้นเคย....นับหนึ่งถึงสามในใจแล้วกดวาง...ค่อยๆเลื่อนมือออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ...
ให้ตายเถอะ ทงยองเบ... นายนี่แนบเนียนจริงๆ
ถ้าเข้าประกวดออสการ์.........รางวัลคงไม่ไปไหนแน่นอน ....
เวลาผ่านไปซักพักโทรศัพท์ของผมดังขึ้นตามคาด ผมหยิบขึ้นมารับแล้วกรอกเสียงให้ดูตื่นเต้นเข้าไว้.....
“ครับ....ฮยอง.....หือ....ว่าไงนะ!! อาการแย่ลง...กำลังจะพาส่งโรงพยาบาล...ครับๆๆ..ไปเดี๋ยวนี้...อยู่กะไอ้จีครับ....ได้ฮะ”
ผมยื่นโทรศัพท์ให้จียงซึ่งตอนนี้หน้ามันเหวอได้โล่มาก หันมามองทางผม น้ำตาจะไหลออกมาอยู่แล้ว... มันทำหน้างงๆเอานิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าอกตัวเอง...
“เออ ... เท็ดดี้ฮยองอยากคุยกะเมิงอะ”
“ครับฮยอง?”เสียงอ่อยถูกส่งไปตามสาย
“จียง รู้เรื่องไอ้เทมป์แล้วใช่มั้ย?...”เท็ดดี้ถามเสียงเข้ม......
“เอ่อ.....รู้จากยองเบ....เมื่อเช้าน่ะครับ”.......
เท็ดดี้ถอนหายใจเบาๆแล้วเริ่มเล่า.....
“เมื่อคืน....มันเมามาก...ไปถึงก็ซัดเอาๆ...พอใครถามว่าเป็นอะไร..มันก็ไม่ตอบ..พอมันเมาหลับไปพี่ก็เลยพามันกลับมานี่....พอขับรถมาถึงบ้านจะพยุงมันขึ้นไปมันเสือกดิ้นบอกว่าจะเดินเองจนกลิ้งตกบันไดหัวกระแทก..”
ตาเรียวแอบกระตุกเล็กน้อย.....จนผมสังเกตุได้ว่าจียง....กำลังเครียด....
“แต่ตอนแรกพี่เห็น........มันยังไม่เป็นอะไร ยังยืนไหว.... ยังเดินเข้าไปนอนเองได้ มันเองก็ดื้อไม่ยอมไปหาหมอด้วย...เลยปล่อยเลยตามเลย...พอทีนี้ตื่นเช้ามามันร้องอืออาๆอะไรไม่รู้...แล้วบอกปวดหัวมาก........”
.............
จียงรับฟังอย่างตั้งใจ พยักหน้าลงเป็นครั้งคราว ใจวูบไหวไปตามสิ่งที่รับฟังมาจากปลายสาย.....
“แล้วก่อนจะสลบไป มัน................เรียกชื่อนาย”
คำที่เพื่อนรักบอกไปก่อนหน้านี้แล่นเข้ามาในหัวอย่างไม่ได้ตั้งใจ ....
“ไอ้จี........คนเราอะนะ.......บางทีชีวิตมันก็ไม่ได้ยืนยาวไปถึงโลกนี้โลกหน้าหรอกนะ......บางอย่างที่สมควรจะพูดไป...........มันก้อต้องพูด......ถ้าอะไรมันสายเกินไป.....มึงอาจจะไม่เหลือโอกาสอีกแล้วก็ได้”
“ฮึก......”
.............น้ำตาหยดใสทิ้งตัวไหลลงมาตามแก้มเนียน.............
...............มือเรียวยกขึ้นป้องปาก พยายามไม่ให้มีเสียงใดๆดังลอดออกมา
................ไหล่บางกระตุกตามแรงสะอื้น
‘เทมป์.......นายอย่าเป็นอะไรนะ’
‘........ชั้นขอโทษ...... ถ้าชั้นไม่เคยบอกอะไรนาย......’
‘......ขอโทษ.....ที่ไม่เคยแสดงออกให้รู้.....ว่าใจมันเต้นแบบไหนเวลาอยู่ใกล้นาย....’
‘......พระเจ้า.....ขอโอกาสซักครั้งได้ไหม......’
‘.....ขอโอกาสให้ควอนจียงคนนี้.....’
‘.....คนที่ไม่เคยทำอะไรให้กระจ่างแจ้ง......’
‘....คนที่ปากแข็ง.........เอาแต่ใจ........’
‘.....คนที่ไม่เคยคิด .... ที่จะไขว่คว้าความรักนี้เอาไว้ในมือ......จนกระทั่งมันอาจสายเกินไป......’
ผมตะลึงงันกับภาพตรงหน้าจนต้องเลี้ยวรถเข้าข้างทางแล้วหันไปรับโทรศัพท์จากมือจียงที่ดูเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงที่จะถือมันแล้ว .....
จียงเอาแต่ร้องไห้ออกมาเงียบๆ มือข้างหนึ่งปิดปากไว้..คงไม่อยากให้ผมได้ยินเสียงนั่นละมั้ง......มืออีกข้างกอบกุมไปที่ตรงหน้าอกข้างซ้าย....กำแน่นจนเสื้อยับยู่.....
นาย...............เจ็บตรงนั้นสินะ.......
ผมเอื้อมมือไปกอดไหล่คนข้างๆไว้หลวมๆก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
“อาการท็อปฮยองตอนนี้เป็นไงบ้างครับ?”
“โอ้ ยองเบ...ไอ้จีเป็นไงมั่งๆ เหมือนพี่ได้ยินมันร้องไห้ ...........
....ชิทททท ....ไม่อยากจะเชื่อจริงๆว่ะ!!! แม่งรักกันจริงๆด้วยเหอะ”
เท็ดดี้ฮยองพูดเสียงลิงโลดต่างจากเมื่อกี๊ราวกับหน้ามือเป็นหลังทีน จนผมแอบคิดในใจว่าสงสารไอ้จีจริงๆ ที่มาเป็นเหยื่ออารมณ์ของเท็ดดี้ฮยองคนนี้ เหอๆ
“ครับ....ตอนนี้จียงคงคุยต่อไม่ได้....เดี๋ยวยังไงรบกวนฮยองช่วยโทรบอกอาการผมเป็นระยะๆด้วยนะฮะ”
ผมกดตัดสายและหันไปปลอบคนข้างๆที่ตอนนี้เหมือนจะไม่อยู่ในโลกความเป็นจริงไปแล้ว....จียงก้มหน้าลงกับมือข้างขวา...มือข้างซายยังคงขยำเสื้อแน่น...ที่ตำแหน่งหัวใจ....ราวกับจะจับหัวใจของตัวเองไว้...ไม่ให้หลุดลอยไป...
เท็ดดี้ฮยองเล่นแรงไปป่าวเนี่ย....ผมแอบเคืองอยู่เหมือนกันนะ...เอาเถอะ...เดี๋ยวอีกซักพักคงโทรมาตามแผน....
“ไป.........ไปหาเทมป์....ฮึก...ออกรถสิ....ยองเบ...”
เสียงสั่นเครีอเปล่งออกมา ผมหันไปพยักหน้า ก่อนออกรถไปช้าๆ ....
“....จะเป็นอะไรมั้ย.....”คำที่เปล่งออกมาดูเหม่อลอย ไร้ชีวิตชีวา ดูเหมือนจียงกำลังเหม่อมากกว่า...
“ไม่หรอก...เชื่อสิ.....เค้าไม่ปล่อยมึงเศร้าหรอก....”
“ฮึก.....ถ้ากูเจอเค้า..............กูจะบอก.............กูจะไม่ทำตัวงี่เง่าอีกแล้ว....แบบนี้.............มันไม่ดีเลย.............ฮึก...............เจ็บ.............ตรงนี้...” จียงกำเสื้อตรงบริเวณหัวใจแน่นขึ้นไปอีก...จนผมต้องเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ
“มึงใจเย็นๆนะ....ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ.....”ปลอบออกไปใจก็ร้อนรน...เมื่อไหร่เท็ดดี้ฮยองจะโทรมาจบเรื่องนี้ไปซักทีวะ.....
ทงบองเบจะไม่ไหวแล้ววววว.....อึดอัดโว้ยยยยยย.....
....ลองมาโดนไอ้ข้างๆนี่เอาน้ำตามาแอทแทคขนาดนี้เซ่.....ทำใจกูหล่นไปด้วยเลย....
..........ถ้าฮยองไม่โทรมาภายในห้านาทีนี้กูร้องไห้จริงๆนะว้อยยยยยย งือออออออ.....
เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นอีกครั้งราวกับระฆังโบสถ์...........
ผมกดรับแบบราวกับเป็นสายสุดท้ายที่จะได้รับในชีวิต
..........จียงยังคงเหม่อลอยอยู่ ...
“ครับ....ฮยอง.....เป็นไงบ้าง”
“เอ็งพามันกลับบ้านได้และ...พี่ว่าป่านนี้ไอ้ตี่น้อยน้องร่วมสมาคมกากี่นั้งคงจัดการไอ้ลิงเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน 555”
“อ๊ะ....จริงเหรอฮะ....ฟื้นแล้ว....ไม่ปวดหัวแล้วด้วย!!” คนข้างๆผมหันหน้ามาอย่างรวดเร็ว ตาเรียวเบิกกว้างทั้งๆที่คราบน้ำตายังคงมีปรากฏอยู่บนใบหน้านั่น
“ถ้าไงจบเรื่องแล้วอย่าลืมแบ่งปันกันนะ เบ้น้องรัก....ได้ทำความดี..พี่สุขใจเสียนี่กระไร”
เสียงไอ้พี่เท็ดดี้ฮยองดูมีความสุขจนผมอยากขับรถไปนวดหน้าให้ด้วยฝ่าเท้าล่ำๆให้มาก...
ทำดีห่าไร...เพื่อนกูเสียน้ำตาเป็นปี๊บแบบนี้....กูงอนแทนครับ!!!
“ฮยองจะขับรถพาไปเช็ค....แล้วพามาส่งที่หอเลยใช่มั้ยครับ...โอเคครับ...บาย”
บอกไม่ถูกเลยว่าใจผมดีขึ้นขนาดไหน เมื่อเห็นคนข้างๆหันมาแล้วมีรอยยิ้มปรากฏบนหน้า .... น้ำตาหายไปแล้ว....แม้ยังคงมีเสียงสะอื้นอยู่บ้าง....แต่แค่นี้ก็ไม่เลวร้ายเท่าเมื่อกี๊ละนะ.....
“ท็อปฮยองฟื้นแล้ว....เดี๋ยวเท็ดดี้ฮยองจะขับพามาส่งที่หอ” ผมอมยิ้มพูดกับไอ้จี ที่ตอนนี้หน้าตาดูไม่ได้เลยซักนิด เอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ
............
.....................
“กูไม่ใช่หมาเมิงนะ...ทะลึ่ง...”
นั่นไง พอน้ำตาแห้งแม่งก็ปากหมาเลยนะเมิง ....
“เห๊อะ....กลับหอดีกว่า...เซ็งหมาจมูกบานแถวนี้วุ้ย” ผมผลักหัวมันไปเบาๆ ก่อนจะขับรถเลี้ยวกลับมุ่งหน้าไปทางตึกวายจี.....
............
...................
..............
“ฮ...ฮย๊องงง ...ขับช้าหน่อยก็ได้ฮะ...ฮื้ออออ... หรือให้แดซองขับก็ได้น้า....ผมสอบใบขับขี่ข้อเขียนได้ที่หนึ่งนะ...ฮยองคงจะละ..ลืม”
แดซองละล่ำละลั่ก...เมื่อตอนนี้หน้าปัดรถคันหรูปัดขึ้นไปถึง140กม./ชม.แล้ว
“ผมว่าพวกจียงฮยองคงไม่เป็นไรหรอกฮะ....มียองเบฮยองไปด้วยทั้งคน.....น่าจะไม่มีอะไรต้องห่วง...ไปกับคนพึ่งพาได้แบบนั้..น..”
“แล้วคนอย่างพี่มันพึ่งไม่ได้เลยใช่มั้ย ?” เสียงเข้มตวาดกลับมาทำเอาแดซองชะงัก....
ด...โดราเอม่อนน...ช่วยกูด้วยค้าบบบ......ฮืออออ
“..............”
ก็รู้........ว่าพาลใส่น้อง.....ทั้งๆที่คนข้างๆเค้าไม่ได้ผิดอะไรเลย......
............แต่มันหงุดหงิด......ที่เป็นคนเกือบสุดท้ายที่รู้เรื่องตลอด.....
............ไม่ว่าคนๆนั้นจะยิ้ม....หรือร้องไห้....เค้าอยากเป็นที่หนึ่งเสมอ.....
.........อยากเป็นคนแรก.....ที่นายเข้ามายิ้มด้วยเวลานายดีใจ.......
.....อยากเป็นคนแรก........ที่นายจะเข้ามาซบอกร้องไห้....เวลานายเสียใจ...
..........อยากเป็นที่หนึ่ง.....ของนาย.........
มือหนากุมพวงมาลัยรถแน่น....ไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยออกมาจากปาก.....บรรยากาศเริ่มมาคุจนแดซองทนไม่ได้....ทำตัวลีบสุดในชีวิตเขยิบตัวเบียดประตูรถฝั่งตัวเองให้มากที่สุด ........
เอาวะ .....มีไร.....กูเปิดประตูโดดลงไปตายดาบหน้าดีกว่า........
“ฮ...ยองโกรธอะไรพวกผม.....รึเปล่าฮะ?” แข็งใจถามออกไปเสียงอ่อยๆ
“ป่าวหนิ......พี่ไม่ได้โกรธพวกนาย”เสียงเข้มโอนอ่อนลงเล็กน้อย .... ก่อนจะถอนหายใจแรงๆออกมา.....
“เอ่อ แล้วทำใมต้อง...อารมณ์เสียล่ะฮะ?”คนตาตี่ค่อยๆรุกคืบเข้าหาแบบเนิบๆ....ช้าๆ.......
“พี่.......ก็แค่......แฮงค์น่ะ ....ไม่มีอะไร”คำตอบตะกุกตะกัก จนอีกคนสังเกตุได้....
“จะว่าไป...สองคนนั้น.....เค้าดูแลกันดีนะฮะ....”
(ไหนว่าเนิบไงห๊า ไอ้แด๊~~/pomu -..-‘)
รุกก้าวใหญ่ขนาดนี้.....แด๊จะเหยียบโดนกับระเบิดมั้ยครับนี่ ....TT^TT
“เวลาไปไหนมาไหน...........ผมเห็นสองคนนี้เค้าอยู่ด้วยกันตลอดเลยอะ....”
“ใครชอบอะไร.........ไม่ชอบอะไร.....ก็รู้กันดีทั้งคู่......”
“.......................” ไม่มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกมาจากกรามที่ขบจนเป็นสันนูนของคนขับข้างกายแดซองเลย......
..............เอาไงดีเว้ย คังแดซอง......
“แต่ถ้าจียงฮยองรู้ว่าท็อปฮยองเป็นห่วงเค้าแบบนี้.........เค้าคงดีใจนะฮะ”
คิ้วหนากระตุกนิดหนึ่งเชิงสงสัย......
จียง.....ดีใจเหรอ?..........ทำใมล่ะ ......?
น้องชายตาตี่ลอบสังเกตุอาการคนข้างๆ...เอ่ยต่อตามแผน.....
“ก็....เวลาฮยองหายไปไหน......ผมเห็นจียงฮยองนั่งกัดเล็บเซ็งๆ.....แล้วไปลงกะมักเน่ทุกทีเลย......บางที...เค้าก็คงเป็นห่วงฮยองเหมือนกันนั่นแหละมั้ง.....”
สีหน้าของคนข้างๆผ่อนคลายขึ้น....คิ้วหนาๆนั่น.....ไม่มีปมแล้ว
คังแดซอง.......แอบเต้นฮูลาฮูล่าในใจ.........
“นายพูดจริงๆเหรอ.......”น้ำเสียงดูเหมือนแอบอารมณ์ดี.....คนตรงหน้าคงแอบยิ้มอยู่ในใจสินะ....
“ฮะ.....บางทีอะ.....สิ่งที่ฮยองไม่รู้.....มันอาจเปลี่ยนโลกได้ทั้งใบเลยนะ”
ผมหันไปยิ้มตาหยีให้พี่ใหญ่ ก่อนจะตบปุๆไปที่ไหล่สองสามที......
“เปลี่ยน.....ยังไงเหรอ......โลกของพี่มันก็ไม่ได้มีอะไรต้องเปลี่ยนนี่...แดซอง” เสียงอู้อี้กล่าวออกมาแบบหยั่งเชิง.....
............ไม่ตอบรับ.......แต่ก็ไม่ปฏิเสธซะทีเดียว.....
“หรือพี่จะปฏิเสธผม........ว่าไม่เคยแอบมองลีดเดอร์เลย?” แดซองพยายามยิ้มให้เจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่จะทำได้.....แต่มันยังดูใสซื่อเหมือนเดิม จนคนข้างๆอมยิ้ม
“ไม่เคยอารมณ์เสียไร้เหตุผลเวลาจียงฮยองเล่นกับมักเน่.........”
“ไม่เคยหนีไปกินเหล้าประชดชีวิตเพราะจียงฮยองออกไปไหนกับคนอื่นโดยไม่บอกพี่.........”
“ไม่เคยแอบเข้าไปนั่งยิ้มอยู่ใกล้ๆเวลาอีกคนเผลอ.......”
“ไม่เคยซักอย่าง.......ใช่มั้ยฮะ?”
หน้าโหดๆเริ่มเป็นสีแดงระเรื่อ......แต่ยังคงนิ่ง....สยบความเคลื่อนไหว
ให้ตายเถอะ.....ไอ้เด็กนี่....รู้ไปถึงไหนวะเนี่ย........
..........อาการประหลาดอันให้คำนิยามไม่ได้ของเค้าที่เกิดขึ้นเฉพาะกับลีดเดอร์ควอนจีนั่น......อยู่ในสายตาน้องคนนี้ตลอด......?
ชเวซึงฮยอน....อาการนายออกขนาดนั้นเลยเหรอ??........
......................................เงียบ..............พูดไม่ออก...........
“แต่ฮยองรู้มั้ยฮะ......ว่าบางอย่าง......อ้อมค้อมไป....ระวังจะไม่ถึงนะฮะ...”
“อะ.....อ้อมอะไร....มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ.....นายก็แค่...คิดไปเองมั้ง 55”ยังงัยก็ทำตลกกลบเกลี่อนไว้ก่อน เหอะๆๆ
...................
............................
“ตกลงฮยอง....ไม่ได้ชอบลีดเดอร์......เหรอฮะ?”
เบรคถูกเหยียบลงไปมิดอย่างกระทันหัน.......ทำเอาหัวแดซองโขกโป๊กเข้ากับคอนโซลหน้ารถอย่างจัง
แขนล่ำๆยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองป้อยๆ ....เจ็บจนน้ำตาซึม....
“โอยยยย....พี่ตกใจอะไรอ่า”
“ใคร...........ชอบจียง??.....นายพูดอะไรออกมาอะ .....หา?”
“อ้าว .... แค่นี้พี่ยังไม่รู้อีกเหรอฮะ”.........แดซองแอบมึนกับความซื่อบื้อของคนตรงหน้า ไม่รู้ว่าบื้อจริงหรือแกล้งแอ๊บเนี่ย.....
“ถึงพี่จะเคยทำ.....เอ่อ...ทุกอย่างที่นายพูดมา.......แต่บางที..มันก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะชอบจียงนี่......พี่อาจจะแค่.....ห่วงเจ้านั่น.....เหมือนน้องชายก็ได้.....”
ชอบเหรอ.........ชอบ.....เนี่ยนะ ........
ให้ตายเหอะ.........ชเวซึงฮยอน......นายชอบผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน???
ไม่ๆๆๆๆ แค่นึกภาพเค้ากอดหอมกับแดซอง นอนตักยองเบ หรือคลอเคลียกับมักเน่ในฉันท์ชู้สาว(??)แบบนั้น.....ไม่ไหวมั้ง
กับน้องๆพวกนี้.....เล่นด้วยกันทุกวัน
......แบบไม่คิดอะไร
.........แบบบริสุทธิ์ใจ......
บางทีที่ต้องทำอะไรขนาดนั้นจริงๆอย่างในparody....มันก็คืองาน
.........ไม่ได้คิดอะไรซักนิด........
แต่กับอีกคน.........ที่ไม่ค่อยได้เข้าไปหา...........
ทำใม.....รู้สึก..........ไม่บริสุทธิ์ใจ????
ไม่กล้า........เข้าไปเล่นด้วยเหมือนคนอื่น........
แต่ทำใมไม่รู้สึกรังเกียจถ้าจะต้องทำแบบนั้นโดยไม่ได้เกี่ยวกับงาน.....
ซึงฮยอนยังจำได้....
รายการนั้น.......ที่จียงต้องหันมากอด......หอมแก้มเค้า.......
ตอนนั้น.....ใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะที่เคยเต้นเลยซักนิด......มันพาลจะเด้งออกมานอกอกซะให้ได้ ....
มันดัง......จนกลัว....ที่คนข้างๆจะได้ยินเสียงน่าอายของก้อนเนื้อที่เต้นอยู่ในอกข้างซ้ายของร่างกาย........
ร่างบอบบางของจียงหันมากอดเค้า....ก่อนผู้กำกับจะสั่งแอ๊คชั่นจียงบิดไปบิดมา....บ่นกะปอดกะแปดว่าเขิน.......
....น่ารักเกินไปแล้ว............
.......
...........
...ที่ผมคิดแบบนี้.....คือไม่บริสุทธิ์ใจ........ใช่มั้ยครับ??.....
แดซองมองท่าทางตลกๆของคนเป็นพี่ที่ตอนนี้กำลังเอามือทึ้งหัวตัวเองไปมา หน้าแดงๆนั่น ไม่เข้ากับลุคแบดบอยของพี่จริงๆ.....
“จริงๆแล้ว......ในConcertวันสุดท้าย....ที่พี่พูดอะไรบางอย่าง ตอนส่งเข้าช่วงโซโล่ของจียงฮยองนั่น......คงไม่ได้สังเกตุใช่มั้ยฮะ?”
ซึงฮยอนกลับเข้าสู่โลกความเป็นจริง...จัดทรงผมตัวเองให้เรียบแปล้เหมือนเดิม....หันไปมองน้องข้างๆอย่างสนใจ
“พี่ .... พะ...พูด.....อะไร?”
ไม่ใช่ว่าลืม...แต่มันอาย....ที่จะพูดอีกครั้งต่างหาก......
“Gd…..Ma…..MAN” แดซองค่อยๆเน้นเสียง ที ละ คำอย่างชัดเจน
ท็อปรู้สึกเหมือนหน้าร้อนวูบขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว.....
“ไหนๆก็กล้าบอกคนทั้งโลกแล้ว......บอกกับเจ้าตัวเค้าตรงๆ.....ไม่ดีกว่าเหรอครับ....ฮยอง..?”
ไอ้เด็กนี่ยิ้มแป้นแล้นใส่อีกแล้ว.....เห็นรอยยิ้มนี่ทีไร.....โกรธไม่ลงทุกที......
ซึงฮยอน......ชอบจียงงั้นเหรอ..?
ความรู้สึกนั่นคือ.....รัก.....ใช่มั้ย..?
โมโหนั่นคือ.....หึง รึเปล่า?
ตอนนี้ตอบอะไรกับตัวเองไม่ได้ทั้งนั้น.....รู้อย่างเดียวว่า.....
ตอนนี้...........
ผมโคตรอยากกอดร่างบางๆของจียงแน่นๆเลยเหอะ!
“ตกลง.....ชอบรึเปล่าฮะ?” ไอ้นี่.....ยังต้อนไม่เลิก....
ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดหนึ่ง.....
“ไม่ได้ชอบ....”แดซองหน้าเหวอ......กะลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง....ผมเอื้อมมือไปอุดปากน้องไว้....
แล้วยอมรับเสียงใจตัวเองที่มันดังแว่วออกมา......
“.....แต่พี่รักจียงว่ะ”ไอ้แด๊ยิ้มจนตากลายเป็นเครื่องหมายลบ...มองผมอย่างดีใจ
“งั้นเรารีบไปหาสองคนนั้นกันเหอะ”ผมเอื้อมมือไปจับพวงมาลัยอีกครั้งเบี่ยงรถเข้าถนนช้าๆ
“เอ่อ ท็อปฮยองฮะ...ผมว่าเราโทรไปถามสองคนนั้นซะหน่อยดีมั้ยว่าอาการเป็นไงบ้าง?”
“อื้อ....นายเอาโทรศัพท์มาป่าวล่ะ....พี่รีบ.....ไม่ได้หยิบติดมาด้วย”
“ง่า...ผมก็ไม่ได้หยิบมาอะ....งั้นเราแวะโทรตู้ตรงนั้นละกัน”มือของแดซองชี้ไปที่ตู้โทรศัพท์ข้างทาง
ท็อปจอดรถเทียบข้างๆ แล้วให้น้องวิ่งลงไป....
แดซองเลือกตู้ที่อยู่ห่างไปจากรถคันหรูสองสามตู้ เพื่อที่จะรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชา(??)ได้อย่างสะดวก
เสียงรอสายดังอยู่ซักพักก็มีเสียงตอบรับกลับมา
“ยองเบครับ?”
“ผมเอง แดซองฮะ....”
“โอ้....เป็นไงบ้าง.....พี่กำลังรออยู่เลย?”เสียงปลายสายดูตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเป็นหนุ่มตาตี่ผู้น้อง
....”สำเร็จฮะ....บอกรักชัดถ้อยชัดคำเลย....อิอิ”
“โว้วววววว....ดีมากน้องรัก ....รีบกลับมาได้แล้ว.....อีกคนก็นั่งเขินกัดเล็บจนนิ้วจะกุดอยู่แล้วเนี่ย.....พี่ว่า วันนี้มีเฮแน่นอน..555”
ยองเบแหกปากอย่างลิงโลด....กำชับน้องแบบมั่นใจซะเหลือเกิน......
“ฮะพี่....ผมจะรีบไป”แดซองวางโทรศัพท์ด้วยหัวใจเบิกบาน.....
กลับไปผมจะดูโดราเอม่อนโต้รุ่งฉลองเลย.....อิอิ
........หนุ่มอารมณ์ดีก้าวยาวๆกลับไปยังรถที่มีสายตาใต้แว่นดำคอยเร่งให้น้องชายกลับมาขึ้นรถเร็วๆได้แล้ว.....
....... เพราะใจซึงฮยอนน่ะทะยานไปหาคนตัวบางๆที่หอแล้วอะสิ.......
พอแดซองแจ้งข่าวแก่พี่ใหญ่ว่ายองเบกำลังพาจียงกลับหอ เพราะดูเหมือนอาการปวดหัวจะหายไปแล้ว .....
ซึงฮยอนยิ้มออกมาอย่างโล่งอก....
เท้าหนาผ่อนคันเร่งลงนิดหนึ่ง...แต่ก็ยังถือว่ายังค่อนข้างเร็วอย่ดี.....
............
ทำไงได้.......ก็คนมันห่วง....
.........................
ผ่านไปซักพัก.....รถคันหรูเลี้ยวเข้าจอดในลานจอดรถอย่างรวดเร็ว....
“เอ่อ พี่ขึ้นไปก่อนได้เลยฮะ....เดี๋ยวผมล็อกรถให้เอง...”
รอยยิ้มระบายขึ้นมุมปากผู้น้องก่อนจะยกนิ้วโป้งแสดงความรับผิดชอบ
คนตัวสูงยิ้มให้.....ก่อนจะเปิดประตูแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไป.....
แดซองเอื้อมมือไปหยิบอะไรบางอย่างจากเบาะหลังของตน ...รอยยิ้มใส
ซื่อที่แฝงความเจ้าเล่ห์เผยขึ้นบนใบหน้าแป้น....ก่อนจะปิดประตูและกด
เซ็นทรัลล็อกแล้วเดินตามขึ้นไป
.......................
“แอ๊.....ฮยองอ่า ....อย่าแย่งผมเล่นซี่~~ตรงนี้อะ....ทำผมตายไปสองรอบแล้วน้า....ยังไม่ได้เซฟด้วย .....อ๊ะ…นั่นอะๆๆ....โหย....ไม่ทันขาดคำ..ตายเลยอ้ะ..”
เสียงมักเน่ประจำวงโวยวายอยู่บนพื้นหน้าจอทีวี....มือเล็กพยายามยื้อแย่งจอยเกมส์สีดำจากอีกคนนึง....ทั้งๆที่รู้ว่าสู้ไม่ได้....
“ตายก็เล่นใหม่ดิ....แค่นี้เอง...นายกล้าบ่นพี่เหรอ....อีซึงรี!” จียงใช้อำนาจในทางที่ผิดอีกแล้วครับท่าน....กดขี่ข่มเหงน้องเล็กเป็นเรื่องที่ลีดเดอร์คนนี้ถนัดนักหละ...
มือเรียวโยนจอยเกมสีดำอย่างไม่ใยดี ซึงรีกระโดดตามไปรับอย่างทันท่วงที พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่....
“มาลงที่ผมแบบนี้.....อารมณ์ไม่ดีเรื่องไรอีกแน่เลย...ฮยองเนี่ย...” ซึงรีเปรยๆก่อนจะหันไปเล่นเกมต่อ
จียงนั่งกัดเล็บอย่างเอาเป็นเอาตาย...เหมือนทุกครั้ง......ที่มานั่งรอคนๆนั้นกลับหอตอนดึกๆ.......
...........ไปทำอะไรอยู่ที่ไหนนะ..........ป่านนี้ยังไม่ถึงอีกเนี่ย.........
...........คลีนิกอยู่ดาวอังคารรึไง............ช้าขนาดนี้...............
..........หรือเท็ดดี้ฮยองพาไปหลีพยาบาล??.........................
............หงุดหงิด!.............ควอนจียงไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย
..............บ้าชะมัด!
ทำคนอื่นเค้าเป็นห่วงอะ รู้มั้ย.......ชเวซึงฮยอน......บ้าๆๆๆๆๆๆ
มือเรียวทุบตีหมอนอย่างบ้าคลั่ง.....ทำเอาซึงรีเกาหัวแกรกๆ....
งงอะ...เป็นไรของเค้าฟะ......น้องซึงต่อต้านความเครียดครับ....เล่มเกมต่อๆ.....
ส่วนพี่ยองเบผู้นำพาความเครียดน่ะเหรอฮะ.......หมกตัวอยู่ในห้อง...ทำอะไรก๊อกแก๊กๆอยู่หน้าคอมตั้งแต่กลับมาแล้ว.....
ซึงรีไม่เข้าใจเลย....ว่าพวกฮยองเค้าทำอะไรกัน....เดี๋ยวคนนี้ออก คนนู้นเข้า.....แต่ดูแล้วไม่เห็นน่าสนุกเลย....เพราะฉะนั้นซึงรีขอเล่นเกมเงียบๆตรงนี้ดีกว่าเนอะ!....
ไม่กี่นาทีต่อมา.......
ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงเดินเข้ามาในห้อง....ซึงรีเงยหน้าขึ้นจากเกมเล้กน้อย....เอ่ยทักพี่ใหญ่ของวงสั้นๆ...แล้วหันไปสนใจเกมข้างหน้าต่อ....
ส่วนอีกคน.....มือเรียวหยุดการทารุณกรรมหมอนโดยฉับพลัน.....ทันใดที่ตาเรียวสบกับตาดุคู่นั้น.....ต่างคนต่างเสมองไปทางอื่นทันที....เลือดสูบฉีดเข้าหัวใจจนดูเหมือนมันจะพองโตผิดปกติ....ใบหน้าร้อนวูบวาบขึ้นสีระเรื่อแบบปิดไม่มิด......
เหมือนเวลาจะหยุดนิ่งลงอยู่อย่างนั้น เพราะไม่มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเลย.....
“อ้าว...ไม่เข้ามาอะฮะ.....”ซึงรีซึ่งเล่นเกมจบไปอีกตา.....หันไปหยิบขนมใส่ปากแล้วเรียกซึงฮยอนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านเข้ามาอย่าง งงๆ
“อะ...อื้อ...”คนตัวโตเดินเกาแก้มเข้ามาในห้องรับแขกอย่างเขินๆเมื่อถูกเรียกจากภวังค์......ไม่ต่างจากคนตัวเล็กบนโซฟา...ที่ตอนนี้ก้มหน้าซุกหมอนแน่นิ่งไปแล้วเช่นกัน
“เอ่อ...มีไรกินบ้างอะ ....มักเน่”ซึงฮยอนถามแก้เก้อ เพราะเห็นบรรยากาศเงียบจนพาเอาเขินยิ่งกว่าเดิม....
“ฮยองเข้าไปดูในครัวดิฮะ...ไม่รู้พี่โบฮยองซื้ออะไรมาไว้ให้อะ”
“อืมม...”รับคำเงียบๆแต่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม......
จริงๆก็ห่วงมาก....อยากจะเข้าไปถามอาการ....
แต่...........
มันเขิน.......ไม่รู้จะไปยังงัยนี่นา......
คำว่ารัก....มันลอยขึ้นมาเต็มหัวไปหมด.........
ชเวซึงฮยอนไม่เคยเจอ.......ความรู้สึกแบบนี้เลย ...จริงๆ
“มักเน่เอาไรจากตู้เย็นมั้ย....พี่หิวน้ำเดี๋ยวหยิบมาเผื่อ...”
จียงทนอึดอัดเพราะความเขินไม่ไหวเหมือนกันนะ.......
ใจลอยไปถึงสิ่งที่คุยกะยองเบบนรถ......
คนอย่างเค้า.......ที่มั่นใจในตัวเองในทุกด้าน......
กลับต้องมาหาความมั่นใจไม่เจอในเรื่องแบบนี้...........
ควอนจียงไม่เคย.......ไม่เคยเขินเท่านี้เลย.......จริงๆ
..................................
เท้าเรียวก้าวเข้าไปในครัว.....หยุดอยู่ตรงหน้าตู้เย็น...ก่อนจะเปิดแล้วหยิบขวดแก้วบรรจุน้ำสีแดงใสออกมาเปิดดื่ม
ซึงฮยอนก้าวเข้ามาที่ครัวเงียบๆ หยุดยืนหน้าประตู...มองคนตรงหน้ายกขวดน้ำวิตามินสีแดงจรดปาก.....
หยาดน้ำใสไหลปริ่มออกมาจากริมฝีปากได้รูป.....ไหลลงมาตามลำคอระหง ดึงดูดสายตาอีกคนอย่างช่วยไม่ได้.....
.....ดูเหมือนยั่วยุ......
....................
พอจียงสังเกตุเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ไกลจากที่เค้ายืนอยู่.....ใจมันเต้นวูบวาบอีกแล้ว....
มือยาวลดระดับน้ำในมือลง...เอามือปาดมุมปากเบาๆ...ตามองไปเห็นรอยช้ำเขียวเป็นจ้ำๆที่แขนคนตรงหน้า
แขนนาย.....ช้ำ.....ขนาดนั้น....
เจ็บไหม....เทมป์.....
จียงเอ่ยถามเทมป์ในใจ
... ชื่อนี้.....ชื่อที่ไม่เคยกล้าเรียกต่อหน้า.....
“เอ่อ .....น้ำมั้ย?”จียงเอ่ยแก้เก้อ....พลางเปิดตู้เย็นหยิบน้ำวิตามินสีแดงใสยื่นให้อีกคน...
ซึงฮยอนส่ายหน้าเบาๆก่อนจะมองคนตัวเล็กด้วยสายตาที่อีกคนไม่เคยเห็นมาก่อน....
ทั้งห่วงใย.......ทั้งรัก........มันผสมปนเปกันอย่างรุนแรงในสายตานั้น
........จนจียงรู้สึกได้.....
“จียง......ไม่เป็นไรใช่มั้ย....?”
เสียงพูดขาดช่วง.......แต่ชัดเจนในความรู้สึกของจียงเหลือเกิน....
จะคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ย....ว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงเค้า......ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม...
ริมฝีปากสวยยิ้มอย่างอ่อนโยนพยักหน้าช้าๆ....รับความเป็นห่วงนั้นอย่างเต็มใจ...แม้จะงงอยู่บ้างเพราะคนที่น่าห่วงน่าจะเป็นคนตรงหน้าที่เพิ่งบาดเจ็บมากกว่า......
แต่....ตอนนี้ขอซึมซับความสุขตรงนี้ก่อน....ได้ปะล่ะ?.....
หน้าดุๆของคนตรงหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม......
ดีใจ...ที่ไม่เป็นอะไร
ดีใจ.....ที่ยิ้มให้...แบบนี้
ในเมื่อซึงฮยอนห่วงเค้าแบบนี้.....ความกล้าที่เคยมีน้อยนิด เหมือนถูกเติมเต็มขึ้นมา.....
จียงก้าวเข้าไปหาซึงฮยอนช้าๆ....มือขาวเลื่อนขึ้นไปทาบอยู่บนใบหน้าคม....ไล้ลงแก้มแผ่วเบา.....
“แล้วนาย....ไม่เป็นไรใช่มั้ย....เทมป์?”
เสียงเล็กสั่นครือด้วยความเขิน.....
ปฏิกริยาจากคนตรงหน้าทำเอาซึงฮยอนเบิกตากว้างด้วยไม่คิดว่าจะได้รับสัมผัสจากคนตัวเล็กแบบนี้ ใบหน้าร้อนขึ้นตามส่วนที่มือของคนตรงหน้าลูบไล้ผ่าน
...............................
.......................................
หัวใจ.....เต้นดังขึ้นกว่าเดิม....
หัวใจชั้น........กำลังยิ้มอยู่นะ........
นายเป็นเหมือนกันบ้างรึเปล่า....จียง?
........................................
................................
มือหนาเลื่อนไปทาบทับกอบกุมมือบนในหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะขยับเท้าก้าวเข้าไปแนบชิดอีกคนจนติดประตูตู้เย็นข้างหน้า
มือข้างที่ว่างโอบรอบเอวบางรั้งเข้ามาแนบชิด ร่างกายสัมผัสกันแนบแน่น.....
ไม่มีช่องว่าง.....ระหว่างความรู้สึกอีกต่อไป......
หน้าคมค่อยๆโน้มลงมาหาจนคนข้างใต้สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนรดอยู่บนใบหน้าของตน .......
ริมฝีปากแตะเพียงแผ่วเบา....เนิบนาบ......ไม่เร่งเร้า.....แต่ตราตรึงใจ....
...................
...........จูบแรกกับคนที่รักจริงๆ..........มันหวานแบบนี้เองใช่มั้ย ?
ซึงฮยอนเพิ่งเข้าใจก็วันนี้.......
จียงเบิกตาโตเมื่อเห็นอีกคนเขยิบเข้ามาใกล้ เกี่ยวกระหวัดเอวเค้าไว้....
...........แต่ก็ยิ้มรับ....
.............เปิดประตูให้ความรู้สึกภายในได้ออกมาทักทายกับความรัก.....
ริมฝีปากอุ่นร้อนของซึงฮยอน...คลอเคลียอยู่บนกลีบปากอีกคนเหมือนทักทาย.....ก่อนถอนจูบออกมามองหน้าคนข้างใต้...
จียงหน้าแดงแบบนี้ เพิ่งเคยเห็น....แต่คงไม่ต่างจากเค้าตอนนี้ละมั้ง.....
.............
.......จูบครั้งที่สองทึ่ซึงฮยอนมอบให้...ไม่แผ่วเบาเหมือนครั้งแรก.....แต่เต็มไปด้วยความโหยหา.....
.............ความรักที่เก็บไว้มานานกำลังส่งผ่านมาทางรสสัมผัสอย่างเต็มเปี่ยม....
ลิ้นอุ่นร้อนรุกเข้ามาลิ้มรสหวานของอีกคน....ครั้งแล้วครั้งเล่า.....
…...มือใหญ่ประคองท้ายทอยอีกฝ่ายให้หันมารับจูบได้อย่างล้ำลึกมากขึ้น...
จียงรู้สึกเหมือนมือไม้มันอ่อนแรงจนต้องเอื้อมมือไปกอดคอซึงฮยอนไว้ ร่างกายแนบชิดกันขึ้นไปอีก....
......ใกล้.......แบบที่ไม่เคยมาก่อน.......
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ทั้งสองคนตักตวงความหวานจากกันและกัน....รู้ตัวอีกทีก็ตอนจียงทุบอกอีกฝ่ายเบาคล้ายประท้วงว่าหายใจไม่ออก...
ซึงฮยอนจึงยอมถอนจูบออกอย่างเสียดาย.....
มือของจียงกำเสื้อของอีกคนแน่นไม่อยากให้ผละออกไป...เรียกร้อยยิ้มจากคนตรงหน้าได้อย่างดี.....จะให้ถอนจูบ...แต่ก็ดึงเสื้อเค้าไว้...
จะน่ารักไปไหน.....จียง
ท็อปก้มลงไปขโมยหอมแก้มใสๆนั่นฟอดหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจรดริมฝีปากลงไปตรงหน้าผากคนตรงหน้า...
จียงก้มหน้างุด...อาย.....หน้าแดงๆของตัวเอง
‘ก๊อกๆๆๆ’
เสียงเคาะประตูห้องครัวดังขึ้น ทำเอาร่างทั้งสองผละออกจากกันก่อนจะหันมายิ้มเขินๆให้กันและกัน จียงจัดเสื้อผ้า ผมเผ้าตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะนั่งลงตรงโต๊ะกินข้าว....
ท็อปเปิดประตูออกมาอย่างขัดใจ....สงสัยว่าใครกันมาขัดจังหวะดีๆแบบนี้ซะได้....
“ไง ฮยอง...ผมหิวอะ....ขอหาไรกินหน่อย”ยองเบพูดทั้งที่หน้าเปื้อนรอยยิ้มแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น....
“อ้าว...ไอ้จี..อยู่ด้วยเรอะ...ทำไรกันสองคนในครัว...”ยองเบส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปที่เพื่อน......
เห็นหน้าแดงๆแบบนั้น...คงซัดกันนัวอ่ะดิ...เมื่อกี๊.....
“กูมากินน้ำ.....”จียงรีบตอบออกไป...
ท็อปยืนนิ่ง เกาคอแกรกๆ ไม่ได้ตอบอะไรออกมา
“แหมกินน้ำจนหัวฟูเลยนะเมิง.....ฮยองก็หาไรกินอีท่าไหนน่ะ....เสื้อยับเชียว 555”
ยองเบปล่อยระเบิดทิ้งไว้ตูมใหญ่ ทำเอาสองคนในห้องตอนนี้ไม่รู้จะเอาตาไปมองทางไหนดี..
ก่อนเพื่อนเบ้จะเดินออกไป....เบ้แอบเห็นด้วยล่ะ....ว่าเมื่อกี๊สองคนนั้นยิ้มเขินๆให้กันด้วย อิอิ
......................TBC..........................
อย่าเพิ่งดีใจไป มันยังมีต่อ 5555+
edit @ 27 Aug 2010 03:48:55 by pomu69









เอ่ โย่!!!
ทันคนแรกรึป่าวน้า
กอดดดดดดดดดดดดดดดดด
พี่ปอมมมมมมมม
กึดเติงหาขนาดเอ๊าะ อิอิ
อยากรู้หลังไมค์ค่ะ
#1 By mintaname on 2010-08-25 20:17